วิกฤติสภาพภูมิอากาศ และพลังเยาวชน : สรุปทอล์คสารคดี “I Am Greta” ตอนที่ 1



เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม CCCL ได้จัดกิจกรรมสนทนาหลังชมภาพยนตร์ I AM GRETA ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม #CCCLFilmTour2021 เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้สึกและความคิดเห็นเกี่ยวกับหนัง และพูดคุยประเด็นวิกฤติโลกร้อนกับแขกรับเชิญ 3 ท่าน ศ. ดร. ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ จากสถาบัน NIDA, คุณอุ้ง กมลนาถ องค์วรรณดี จากเครือข่าย Fashion Revolution Thailand และคุณอัด อวัช รัตนปิณฑะ นักแสดง นักร้องวง mints และหนึ่งในทีม SOA THAILAND ดำเนินบทสนทนาโดย คุณสิโมนา มีสายญาติ​ จากศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ ThaiPBS


วันนี้เราเก็บบทสรุปทอล์คนี้มาให้ทุกคนได้อ่าน และร่วมสะท้อนไปด้วยกันถึงวิกฤติสภาพภูมิอากาศ พลังเยาวชนในการเรียกร้องความเปลี่ยนแปลง และความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศ ในสรุปทอล์คหลังชม I AM GRETA ตอนที่ 1





วิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มนุษยชาติถึงจุดที่หวนกลับคืนไม่ได้แล้ว


การเปลี่ยนทางสภาพภูมิอากาศเป็นวัฏจักรของโลกมานับล้านปีแล้ว โลกมีจุดที่เย็นและร้อนสลับเปลี่ยนไปในตัวมันเองอยู่แล้วตามทฤษฎีของ Milankovitch ที่อธิบายยุคน้ำแข็งและยุคอบอุ่นที่มีมาก่อนหน้านี้ และกลไกทางธรรมชาติที่ควบคุมภูมิอากาศของโลก


แต่เราเข้าสู่ยุคที่มนุษย์มาสร้างผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงมากจนทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมันเปลี่ยนไปมากกว่าปกติ กล่าวได้ว่าโลกเข้าสู่ภาวะที่ร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะกิจกรรมของมนุษย์ โดยมนุษย์ได้ไปเพิ่มแก๊สเรือนกระจกมากขึ้น โดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์และมีเทน


ในประเด็นเรื่องวิกฤติโลกร้อน จึงมีสิ่งที่มนุษย์ทำได้และสิ่งที่เหนือความสามารถของมนุษย์


ในความคิดเห็นของ ดร.ศิวัช เราอยู่ในจุดที่เราคิดว่าเราจะเอาตัวรอดอย่างไร โดยเฉพาะในฐานะประเทศเล็กๆ อย่างประเทศไทยที่ไม่ได้มีอำนาจในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกได้มากขนาดนั้น แต่ขณะเดียวกันเราก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี้


ดังนั้น สิ่งที่สำคัญคือเราต้องคำนึงถึงวิธีการปรับตัว (adaptation) ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดและกำลังจะมาถึง รวมถึงการบรรเทา (mitigation) ผลกระทบต่างๆ ด้วย





พลังของเยาวชน


หลังจากได้รับชมภาพยนตร์เรื่อง I AM GRETA คุณอุ้งและคุณอัดเห็นพ้องกันว่าได้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ และความเป็นเด็กคนหนึ่งของเกรียตา ได้เห็นในมุมที่ปกติเราจะไม่ได้เห็นจากสื่อและสำนักข่าวที่มักจะแสดงภาพลักษณ์ของเธอเป็นเด็กที่เกรี้ยวกราดที่แสดงกิริยาและพูดจาด้วยท่าทีที่ห้วนและฉุนเฉียวตลอดเวลา


เกรียตาในฐานะเด็กธรรมดาคนหนึ่งก็มีความอ่อนไหวและอ่อนแอเหมือนกับทุกคน แต่ความพิเศษของเธอคือความกล้าและเด็ดเดี่ยวในการลุกขึ้นมาเรียกร้องด้วยความมุ่งมั่น และเธอเริ่มทุกอย่างเพียงลำพังจากการมานั่งหยุดเรียนประท้วงหน้ารัฐสภาสวีเดนเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการต่อวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยด่วน