CCCL ประกาศผลรางวัลหนังสั้นในเทศกาลหนังสั้นโลกป่วยเราต้องเปลี่ยน 2569
- 29 มิ.ย.
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 23 ก.ค.
ื
29 มิถุนายน 2568, กรุงเทพมหานคร – เทศกาลภาพยนตร์สั้นโลกป่วย เราต้องเปลี่ยน (Changing Climate Changing Lives Film Festival) ประจำปี 2569 ด้วยการสนับสนุนของ กระทรวงวัฒนธรรม, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, มูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์, Peter Eric Dennis, Siam Canadian ร่วมด้วยกองทุนแคนาดา หอศิลป์บ้านจิมทอมป์สัน และลิโด้ คอนเน็คท์ ได้จัดฉายภาพยนตร์กว่า 63 เรื่อง จัดกิจกรรมเวิร์คช็อปและนำเสนอผลงานชิงทุนทำหนังสั้นวิกฤตโลกรวน กิจกรรมสนทนากับผู้กำกับ รวมทั้งกิจกรรมอีกมากมายที่ CCCL จัดร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อเปิดมุมมองเกี่ยวกับวิกฤตโลกรวนในมิติอื่น ๆ ระหว่างวันที่ 12-21 มิถุนายน 2569 ที่หอศิลป์บ้านจิมทอมป์สัน และลิโด้ คอนเน็คท์ พร้อมประกาศผลรางวัลจากการประกวดภาพยนตร์สั้น ซึ่งแบ่งออกเป็นรางวัลหลักที่ตัดสินโดยคณะกรรมการ (Jury Prizes) 6 รางวัล ในประเภทสารคดีและประเภทไม่ใช่สารคดี และรางวัลพิเศษ (Special Awards) อีก 3 รางวัล
หนังสั้นในสายประกวดทั้งหมด 28 เรื่อง ถูกคัดเลือกจากผลงานภาพยนตร์สั้นที่ส่งเข้าประกวดจำนวนกว่า 600 เรื่อง จากทั่วเอเชีย โดยมีคณะกรรมการตัดสิน ได้แก่ ปฏิภาณ บุณฑริก ผู้กำกับภาพยนตร์ นักเขียนบทภาพยนตร์อิสระ และโปรดิวเซอร์ชาวไทย, Lydia Dean Pilcher นักทำหนัง นักวางกลยุทธ์ด้านวัฒนธรรม และโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกัน รวมถึง ปรมินทร์ วัฒน์นครบัญชา ผู้อำนวยการมูลนิธิโลกสีเขียว

ผู้ชนะรางวัลภาพยนตร์สั้น ประเภทสารคดี ได้แก่
รางวัลชนะเลิศ (ประเภทสารคดี) – PAYUNN |THAILAND’S LAST DUGONGS กำกับโดย Mailee Osten-Tan (ไทย)
ถ้อยแถลงจากกรรมการ
"ไมลี ออสเตน ทาน ถ่ายทอดความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ก่อนขยายเรื่องราวไปสู่ประเด็นทางสังคมที่สำคัญ คือการต่อสู้เพื่อปกป้องพะยูน สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของประเทศไทย ด้วยการลำดับภาพที่เฉียบคมและงานภาพอันละเอียดอ่อน ภาพยนตร์ค่อย ๆ พาผู้ชมดำดิ่งสู่ประสบการณ์นั้น ราวกับได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติด้วยตนเอง พร้อมตอกย้ำคุณค่าของการได้สัมผัสธรรมชาติโดยตรงในยุคที่ผู้คนกำลังห่างเหินจากโลกธรรมชาติมากขึ้น"

รางวัลรองชนะเลิศ (ประเภทสารคดี) – HIDDEN PARADISE กำกับโดย กวิน สิริจันทกุล Kawin Sirichantakul (ไทย)
ถ้อยแถลงจากกรรมการ
"Hidden Paradise พาเราออกสำรวจระบบนิเวศอันเปราะบางของประเทศไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ท่ามกลางผลกระทบจากการจัดการน้ำสมัยใหม่และโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ทำลายป่าริมน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำ สารคดีติดตามช่างภาพธรรมชาติและศาสตราจารย์ด้านชีววิทยา ซึ่งร่วมออกเดินทางด้วยความรักและความผูกพันต่อโลกธรรมชาติ พวกเขาเริ่มต้นจากการบันทึกความสูญเสีย แต่กลับค้นพบความหวังท่ามกลางความหลากหลายทางชีวภาพที่กำลังเลือนหาย
เมื่อฤดูฝนมาถึง นาข้าวธรรมดาแห่งหนึ่งกลับฟื้นคืนชีวิต ใต้ผืนน้ำ โลกอันซ่อนเร้นของสิ่งมีชีวิตนานาชนิดค่อย ๆ ปรากฏขึ้น พื้นที่ชุ่มน้ำที่ยังมีชีวิตแห่งนี้เผยให้เห็นความจริงอันเรียบง่ายว่า ความหลากหลายทางชีวภาพยังคงดำรงอยู่ได้ หากมนุษย์เลือกอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเข้าใจ และเปิดพื้นที่ให้ทุกสรรพชีวิตได้เกื้อกูลกันอีกครั้ง"

รางวัลชมเชย (ประเภทสารคดี) – UP AND GONE กำกับโดย เหมือนดาว กมลธรรม Muendaw Kamontum (ไทย)
ถ้อยแถลงจากกรรมการ
Up and Gone ได้ยกระดับการเล่าเรื่องสารคดีผ่านภาษาภาพอันทรงพลัง ถ่ายทอดความงดงามและคุณค่าของธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตประจำวันได้อย่างลึกซึ้ง

ผู้ชนะรางวัลภาพยนตร์สั้น ประเภทที่ไม่ใช่สารคดี ได้แก่
รางวัลชนะเลิศ (ประเภทไม่ใช่สารคดี) – THE ICE AGE SAUNA (氷河期サウナ) กำกับโดย Yusuke Yoshida (ญี่ปุ่น)
ถ้อยแถลงจากกรรมการ
The Ice Age Sauna ถ่ายทอดอนาคตด้านสิ่งแวดล้อมที่มิอาจหลีกเลี่ยง ให้กลายเป็นเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยความอบอุ่นและความหวัง พร้อมมอบมุมมองที่เปี่ยมด้วยความเป็นมนุษย์ท่ามกลางความจริงอันโหดร้าย

รางวัลรองชนะเลิศ (ประเภทไม่ใช่สารคดี) – GREEN GREY BLACK BROWN กำกับโดย Yuyan Wang (เกาหลีใต้, จีน, ฝรั่งเศส)
ถ้อยแถลงจากกรรมการ
ผลงานของยูแยง แวงร้อยเรียงเศษเสี้ยวของอดีตเข้ากับจังหวะการเต้นของโลกปัจจุบัน ที่เผยให้เห็นว่า "ปิโตรเลียม" ได้กลายเป็นดีเอ็นเอที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา ตั้งแต่การคมนาคม ห้างสรรพสินค้า ดอกไม้พลาสติก ไปจนถึงภูมิรัฐศาสตร์ของสงครามโลกและรัฐชาติ
เชื้อเพลิงฟอสซิลถือกำเนิดจากผืนโลก แต่การขุดสกัดกลับสร้างรอยร้าวให้แก่โลกใบเดียวกัน หากเราเข้าใจรอยแยกระหว่างกาลเวลาของโลกและกาลเวลาของมนุษย์ เราอาจตระหนักได้ว่านี่คือปัญหาของ "ความสัมพันธ์" ความสัมพันธ์ที่เราสามารถจัดวางพลังงานและการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ได้ เราจะก้าวข้ามความโดดเดี่ยวที่ฝังลึกในหัวใจ เพื่อกลับไปค้นพบสายใยที่เชื่อมโยงเรากับความงามและจิตวิญญาณของโลกธรรมชาติ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราเกิดขึ้น และสถานที่ที่ท้ายที่สุดเราทุกคนจะหวนคืนหรือไม่

รางวัลชมเชย (ประเภทไม่ใช่สารคดี) – DAY OF THE EVERLASTING SUN กำกับโดย Hans Rivera (ฟิลิปปินส์)
ถ้อยแถลงจากกรรมการ
ด้วยมุมมองที่แปลกใหม่ มีชีวิตชีวา และกระตุ้นให้ผู้ชมขยายกรอบความคิด Day of the Everlasting Sun พาผู้ชมสำรวจประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านสายตาที่สดใหม่และคาดไม่ถึง ผู้กำกับใช้ความสนุกและความขี้เล่นอย่างสร้างสรรค์ ชวนให้เราจินตนาการใหม่ว่า ประเด็นอันจริงจังอย่างวิกฤตสภาพภูมิอากาศสามารถสื่อสารได้อย่างเปี่ยมพลังและน่าประทับใจเพียงใด

รางวัลพิเศษในปีนี้ได้รับการคัดเลือกโดย Chris Lowenstein ผู้ก่อตั้งและโปรดิวเซอร์ Living Films สำหรับรางวัล Living Films’ Earth Vision Award รางวัลผู้กำกับเยาวชน และรางวัลขวัญใจผู้ชม
ผู้ชนะรางวัลพิเศษ ได้แก่
รางวัล Living Films’ Earth Vision Award – THE LAST CLIMBER กำกับโดย Thida Swe (เมียนมาร์)

รางวัลผู้กำกับเยาวชน (สำหรับผู้กำกับอายุไม่เกิน 25 ปี) – FADING FREQUENCIES กำกับโดย Wayne Lim (ไอซ์แลนด์)

รางวัลขวัญใจผู้ชม – HIDDEN PARADISE กำกับโดย กวิน สิริจันทกุล Kawin Sirichantakul (ไทย)

โดยในโอกาสนี้ทางเทศกาลฯ ได้รับเกียรติจากคุณยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, คุณฟรานซิสกุส ทาร์มาดี จากมูลนิธิไฮริส เบิลล์, คุณสิริพร ราธี ผู้อํานวยการประจําประเทศไทย HERA, คุณปราณิสา เตียวพิพิธพร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์, คุณดวงฤทธิ์ บุนนาค กรรมการที่ปรึกษาเทศกาลฯ CCCL, ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์ กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, คุณธวัชชัย ไชยเพชร Meeting & Event Specialist หอศิลป์บ้านจิมทอมป์สัน, คุณปีเตอร์ เอริค เดนนิส ผู้สนับสนุนเทศกาล และคุณคริส โลนสตีน ผู้ก่อตั้ง Living Films และคณะกรรมการที่ปรึกษาเทศกาล CCCL ขึ้นประกาศและมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวดหนังสั้น
รางวัลทั้งหมดนี้ได้รับการมอบให้แก่ผู้สร้างสรรค์ภาพยนตร์ที่มีความคิดสร้างสรรค์และสามารถเล่าเรื่องด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างทรงพลัง ทั้งนี้ หลังจากกิจกรรมฉายภาพยนตร์สั้นในเทศกาลหลัก เทศกาลฯ ยังได้รับความร่วมมือกับพันธมิตรฉายหนังกว่า 40 แห่ง ใน 25 จังหวัด ร่วมจัดกิจกรรม Satellite Screening ซึ่งเป็นการฉายหนังสั้นในพื้นที่โรงเรียน มหาวิทยาลัย และชุมชน
เทศกาลภาพยนตร์สั้นโลกป่วย เราต้องเปลี่ยน หรือ CCCL เป็นเทศกาลภาพยนตร์แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มุ่งเน้นการเล่าเรื่องวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเป็นพื้นที่ให้เยาวชนและชุมชนได้ร่วมสร้างสรรค์งานศิลปะผ่านสื่อภาพยนตร์สั้นที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผลกระทบจากวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัวและรับมือต่อวิกฤตินี้ ตั้งแต่ปี 2563 CCCL ได้จัดงานประกวดภาพยนตร์สั้นและเทศกาลประจำปีมาแล้ว 6 ครั้ง ให้ทุนสนับสนุนการผลิตหนังสั้นในภูมิภาคฯ มากกว่า 68 โครงการ สนับสนุนคนทำหนังด้วยการอบรมการเล่าเรื่องโลกรวนผ่านจอ กิจกรรมสนทนา และจัดฉายหนังในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ CCCL เชื่อมั่นในพลังสร้างสรรค์ของเยาวชนและการสร้างแรงบันดาลใจในสังคมผ่านการเล่าเรื่องโดยศิลปะ



ความคิดเห็น