Looking Back

ภาพวาด digital นำมาต่อกันเป็นจิ๊กซอว์ทรงวงกลมบนแผ่นแม่เหล็ก

โดย ญาธิป ยั่งยุบล

Meet the Artist

Film Slate Marker

ญาธิป ยั่งยุบล

เหนือ นักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เหนือชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ผ่านการออกไปยังที่ใหม่ๆ เพื่อพบเจอและพูดคุยกับผู้คนที่หลากหลาย จึงทำให้สนใจประเด็นต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะเรื่องที่ค้นหาคำตอบยากยิ่งทำให้สนใจอยากจะทำความรู้จักสิ่งนั้นมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่เหนือสนใจงานศิลปะตั้งแต่เด็กๆ เพราะเป็นสิ่งที่น่าค้นหา ชวนให้คิดหาคำตอบและตีความเสมอ เหนือเคยผลิตงานศิลปะผ่านงานเขียน เขียนคำขวัญ เรียงความ และเขียนวิจารณ์หนังสือ และงานวาดภาพ เคยวาดภาพประกอบหนังสือเรียนทั้งเล่มเรื่องจิตวิทยาของคณะศึกษาศาสตร์

แสดงความคิดเห็นต่อผลงาน

บทสัมภาษณ์ญาธิป ยั่งยุบล (เหนือ)

22 กรกฎาคม 2564

 

ไอเดียมาจากไหน ?

เหนือคิดว่าการที่เราใช้ชีวิตแตกต่างกันไป ไม่ว่าเราจะทำอะไรมันก็ส่งผลต่อโลกเหมือนกัน เห็นได้จากที่มันเป็นจิ๊กซอว์ค่ะ เหนือเองอยากให้เห็นภาพนี้แล้วได้เรียนรู้ด้วยว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อช่วยกันบรรเทาค่ะ ก็เลยใส่การกระทำที่แยกสีกัน 

 

ทำไมถึงเลือก setting เป็นในเมือง?

พอมันอยู่ในเมือง มันมองการใช้ชีวิตง่าย คิดว่าประชากรคนในเมืองมันก็เยอะด้วย 

 

จากกระบวนการพัฒนางานมาตั้งแต่แผนผังอาคาร เป็นตึก ตอนนี้กลายเป็นจิ๊กซอว์ ทำไมท้ายสุดจึงเลือกจิ๊กซอว์

ตอนแรกทำแผนผังเพราะตอนนั้นสนใจการที่มันเป็นตึกและได้เห็นการใช้ชีวิตของคน พอได้รับคอมเม้นท์มาว่าอยากเห็นถึงความสัมพันธ์ ก็เลยนึกถึงจิ๊กซอว์ค่ะ 

 

ประเด็นหลักที่อยากให้คนเห็นคืออะไร ?

อยากให้ทุกคนที่มองงานได้รู้ว่าเราสามารถข่วยกันเปลี่ยนแปลงได้ แค่เปลี่ยนกิจวัตรประจำวันของเราเล็กๆน้อย ๆ ก็สามารถช่วยได้แล้วค่ะ

 

มุมมองในเรื่องความสัมพันธ์ของคนในเมืองและวิกฤติโลกร้อน

ตอนแรกก็ไม่ได้มุ่งไปที่เรื่องของคนในเมืองค่ะ แค่อยากให้เห็นการใช้ชีวิตของคนในแต่ละวันเฉย ๆ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในเมืองก็ก่อ[ผลกระทบ]ค่ะ เป็นเรื่องของทุกคน 

 

กระบวนการในการทำงาน และปัญหา ?

ตอนคิดไอเดียและตอนวาดรูปไม่มีปัญหาเลยค่ะ จะมีปัญหาตอนที่ทำผลงานออกมาแล้วต้องแปะกับแผ่นแม่เหล็ก มันมีฟองอากาศเลยต้องกลับไปให้ที่ร้านช่วยทำให้ค่ะ

 

เล่าให้ฟังหน่อยว่าในภาพมีกิจกรรมอะไรบ้าง

ถ้าสีโทนเย็นก็จะมีคนที่ใช้หลอดไฟ LED มีคนใช้แปรงสีฟันไม้ไผ่ มีคนที่ปลูกต้นไม้ ประมาณนี้ค่ะ ส่วนสีโทนร้อนจะมีเรื่องของคนที่สั่งเสื้อผ้าเยอะเกินความจำเป็น มีสูบบุหรี่ และทิ้งขยะไม่เป็นที่ค่ะ

 

โทนเย็นคือผลบวก โทนร้อนผลลบ

 

เราได้เรียนรู้อะไรในมุมมองต่อ climate change ก่อนและหลังทำงานชิ้นนี้ ?

ช่วงที่ทำงานก็ได้ค้นหาข้อมูลและได้เห็นมุมมองที่เปลี่ยนไปของธรรมชาติ ตอนแรกก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่พอได้หาข้อมูลก็รู้สึกว่ามันใกล้ตัวขึ้นมาก แทบจะเป็นเรื่องของเราเลย อย่างเรื่องที่มนุษย์เป็นคนก่อ[สาเหตุโลกร้อน]แล้วส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตต่างๆ บนโลก มันก็เป็นเรื่องที่ไม่แปลกถ้าเราเป็นคนก่อแล้วต้องเป็นคนที่ช่วยให้มันบรรเทาลง 

 

อยากฝากอะไรถึงคนทั่วไปในประเด็นสิ่งแวดล้อม

คิดว่าเรื่องนี้เราอาจจะแก้ไขเองไม่ได้ทั้งหมดโดยปัจเจกบุคคล แต่การที่เราหันกลับมามองเรื่องนี้อีกครั้งมันก็น่าจะช่วยได้ไม่น้อยเลย น่าจะดีกว่าในอนาคต ในคนรุ่นถัดไปมันอาจจะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว 

 

ในฐานะนักเรียน เราได้เรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมจากส่วนไหนมากที่สุด?

ถ้าเป็นเรื่องของโรงเรียน ก็มีการรณรงค์ไม่ให้ใช้ถุงพลาสติกอยู่แล้ว 

ถ้าเป็นเรื่องในวิชา มีวิชาสังคมให้เลือกหัวข้อในการเรียนแต่ละเทอม มีเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ ได้เรียนรู้จากตรงนี้เหมือนกันค่ะ

 

คิดว่าปัญหาในเรื่องโลกร้อนประเด็นไหนเร่งด่วนมากที่สุด ?

น่าจะเป็นเรื่องมลพิษค่ะ เรื่องขยะก็สำคัญเหมือนกัน ทั้งสองอย่างนี้มันเกิดการก่อทุกวัน เลยรู้สึกว่าเราต้องใส่ใจสองเรื่องนี้หลักๆ ค่ะ

 

ในฐานะเยาวชน คิดว่าสามารถออกมาเรียกร้องและเคลื่อนไหวเรื่องสิ่งแวดล้อมได้มากขนาดไหน?

ในรุ่นของเหนืออะค่ะ มีเรื่องของเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น เราก็ออกมาแชร์ข้อความและความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้คนอื่น ๆ รับรู้ได้ง่ายขึ้นค่ะ คิดว่าน่าจะเป็นทางที่ทำให้คนอื่นรับรู้ได้กว้างขึ้นค่ะ

 

ในอนาคต คิดว่าอยากทำงานศิลปะเกี่ยวกับ climate change อีกหรือเปล่า? 

พอได้ทำงานชิ้นนี้ก็รู้สึกสนใจเรื่องนี้มากขึ้นค่ะ ต่อจากนี้ก็อาจจะยังไม่มีงานศิลปะ แต่อาจจะกลับมาสนใจเรื่องนี้ให้มากขึ้น

 

ในกลุ่มเพื่อน เขาตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมประมาณไหม ?

นิดนึงค่ะ พอมาเป็นเรียนออนไลน์ ก็ยังไม่ค่อยได้เห็นค่ะ ถ้าเป็น on site จะเห็นว่าปกติเวลาเข้าร้านสะดวกซื้อก็ไม่ได้ใช้ถุงพลาสติก จะได้เห็นว่าเพื่อนเขาก็มีส่วนร่วมตรงนี้ค่ะ

 

มองประเทศไทยในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าอย่างไร ในประเด็นสิ่งแวดล้อม ?

คิดว่าน่าจะรุนแรงขึ้นค่ะเพราะตอนนี้ก็มีเรื่องภัยพิบัติเข้ามา มีเรื่องคนที่ได้รับการเสียหายจากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ในอนาคตก็คงยากที่จะมาแก้ไขค่ะ 

 

ถ้าโลกมันเป็นแบบนั้น เราจะรู้สึกอย่างไร?

คิดว่าสุขภาพก็น่าจะแย่อยู่แล้ว เรื่องอื่นๆก็น่าจะปรับตัวได้

 

ทุกวันนี้ เรามีความกังวลในเรื่องอนาคตมั้ย ? กลัวว่ามันจะรุนแรงขึ้น หรือกลัวว่าเราจะได้รับผลกระทบจากปัญหานี้ ?

มีความกังวลประมาณนึงค่ะ เพราะเรื่องสิ่งแวดล้อมก็มีผลพวงมาถึงเรื่องการใช้จ่ายค่ะ ราคาของน่าจะแพงขึ้น การใช้ชีวิต สุขภาพร่างกายก็น่าจะเจอมลพิษเยอะขึ้นค่ะ