Everything Can Change

ภาพวาดแบบ Doodle สองภาพ สะท้อนปัจจุบันและอนาคต

โดย พัชรภรณ์ อุราพร

Meet the Artist

Film Slate Marker

พัชรภรณ์ อุราพร

พราว นักเรียนชั้นป.4 โรงเรียนสาธิตรามคำแหง เป็นนักกีฬาปิงปองและศิลปิน พราวทำงานศิลปะด้านต่างๆ เช่น เล่นเปียโน ร้องเพลง วาดภาพ โดยเฉพาะภาพวาดรูปแบบ doodle art ที่เป็นการวาดไปเรื่อยๆ ตามความคิดและความรู้สึกของศิลปินเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ นอกจากนี้พราวยังเริ่มที่จะผลิตผลงานรูปแบบอื่น เช่น หนังสั้นด้วยเทคนิค Stop Motion พราวได้ส่งงานศิลปะเข้าประกวดในโครงการต่างๆ มากมาย เช่น การประกวดวาดภาพตุ๊กตาผ้าอิเกีย ปี 2562 Honda Super idea contest 2020 การประกวด “จินตนาการ”ระดับประเทศ ของเยาวชนระดับประถมศึกษา เข้าร่วมแสดงผลงาน Bangkok Illustration Fair (BKKIF) 2021

แสดงความคิดเห็นต่อผลงาน

บทสัมภาษณ์พัชรภรณ์ อุราพร (พราว)

23 กรกฎาคม 2564

 

ไอเดียมาจากไหน ?

ไอเดียหลักคือสิ่งแวดล้อมและอนาคต

ภาพแรกนะคะ[ภาพที่ลงสี] ไอเดียคือหนูอยากบอกว่ามีทั้งสิ่งที่ดีและร้าย เป็นภาพที่โลกยังมีทั้งคนที่ช่วยกันและไม่ช่วยกัน[ดูแลโลก]อยู่ค่ะ เรื่องที่ช่วยกันก็อย่างเช่น คนช่วยกันปลูกต้นไม้ เก็บขยะต่างๆ ส่วนฝั่งที่ไม่ช่วย เช่น การสูบบุหรี่ซึ่งทำให้เกิดควันพิษนะคะ หรือว่าไม่ยอมทิ้งขยะที่ถังขยะเพราะต้องการความสบายนะคะ แต่[ในภาพแรกนี้]ก็ยังมีคนช่วยกันอยู่นะคะ

 

พอมาภาพที่สอง อยากบอกว่าถ้าเราไม่ช่วยกันเลยมันจะเป็นอย่างไรค่ะ หนูใช้การวาดแบบขาวดำและใช้ปากกาและดินสอเพื่อไล่สีแทนการลงสีค่ะ เพราะหนูคิดว่าเวลามองภาพนี้มันรู้สึกเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเหลือหรือไม่มีอะไรดีเลยค่ะ ในจินตนาการของหนูก็จะสื่อได้ถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น แต่มันก็มีอีกหลายสิ่งที่เรายังไม่รู้อนาคต

ความรู้สึกตอนวาดรูปแรกกับรูปที่สองต่างกันไหม ?

ก็สนุกเหมือนกันค่ะ รูปแรกหนูคิดว่ามันต้องใช้ไอเดียในการคิดว่าอะไรที่ดีด้วยอะค่ะ เพราะมันมีทั้งดีและร้าย แล้วหนูก็ใช้รูปการ์ตูนเพื่อทำให้เข้าใจง่ายมากขึ้นค่ะ

ต่างจากรูปที่สอง หนูวาดเป็นแพทเทิร์นมากขึ้นและใช้ลายเส้นในการวาดนะคะจึงมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นค่ะ

 

ส่วนเรื่องเวลา หนูใช้เวลาในการวาดพอ ๆ กัน แต่ภาพที่สองจะนานกว่าหน่อยค่ะเพราะว่ามันมีรายละเอียด 

 

ประเด็นหลักที่อยากให้คนเห็นคืออะไร ?

อยากให้คนที่ดูหันมาช่วยกันค่ะ คนที่ช่วยอยู่แล้วก็อยากให้ช่วยมากขึ้นนะคะ คนที่ยังไม่ได้ช่วยก็อยากให้รู้สึกว่าอยากที่จะมาช่วยเพราะว่าไม่งั้นโลกจะเป็นเหมือนที่หนูวาดนะคะ แล้วหนูก็วาดสิ่งต่างๆ จากจินตนาการของหนู ถ้าสมมติว่าเราไม่ช่วยกันมันจะต้องเปลี่ยนแปลงไปเป็นแบบนี้แน่เลยค่ะ

 

ส่วนภาพที่ 2 ในจินตนาการหนู จะมีปลาบินได้เพราะว่าในน้ำมันมีขยะมากเกินไปทำให้ปลาจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อที่จะขึ้นมาบินแล้วก็มากินนกเป็นอาหารแทนค่ะ แต่ถ้าตัวไหนไม่เปลี่ยนแปลงก็สูญพันธุ์ไปเลยค่ะ

 

อีกไอเดียหนึ่งที่หนูชอบมากเลย จะเป็นสัตว์ประหลาดต่าง ๆ เช่น ไดโนเสาร์แต่ก่อนอาจจะถูกแช่อยู่ในน้ำแข็ง แต่พอโลกร้อน น้ำแข็งละลาย ไดโนเสาร์ก็อาจจะกลับมาได้ค่ะ มีอีกคือสิงโตที่มันร้องไห้ เพราะถูกไฟเผาค่ะ มีนกมากินซากเสือที่ตายไปนะคะ พอมันมากินก็ต้องผ่านเมืองของชาวบ้าน ชาวบ้านก็ต้องขับนกไปขังไว้เพราะมันจะมากินซากของสิงโตอีกนะคะ แล้วมันก็จะมีความสกปรกเวลาบินผ่านอะค่ะ ชาวบ้านก็จับมันไปแล้วก็ทำให้มันสูญพันธุ์ไปด้วยค่ะ

 

ตัวละครที่ใช้เวลานานที่สุด

ในภาพที่ 2 มีสองตัวค่ะ สิงโตกับปลาค่ะ เพราะสิงโตข้างในกระดูกก็จะมีรายละเอียดด้วยค่ะ ส่วนปลาเป็นปลากินปลาค่ะ ตัวใหญ่กินตัวเล็กเข้าไปก็ต้องวาดว่าพอปลาตัวใหญ่กินตัวเล็กเข้าไปมันจะเกิดอะไรขึ้นในท้องปลาตัวใหญ่ค่ะ

 

กระบวนการในการคิดตัวละคร

วาดไปเรื่อย ๆ แล้วก็คิดไปเรื่อย ๆ ค่ะ เช่น ในภาพที่สองหนูได้วาดตรงกลางก่อนค่ะที่มีพระอาทิตย์ต่อลงมาค่ะ แล้วจะมีปีกนกที่โดนทำลายค่ะ พอหนูมาวาดอีกส่วนนึงตรงที่เป็นน้ำแข็งละลายใช่มั้ยคะ มันก็เป็นเรื่องเดียวกันกับปลามันไม่สามารถอยู่ในน้ำได้ค่ะ หนูเลยคิดว่ามันน่าจะต่อกับปีกตรงนี้ค่ะ มันบินหนีไปในเมือง มันก็เกิดสูญพันธุ์เพราะโดนควันพิษเวลามันไปหาอาหารค่ะ

 

ส่วนในภาพที่ 1 ก้อนเมฆที่มีสามเหลี่ยมกับหัวใจ ตรงกลางภาพถัดมาด้านขวา

ก้อนเมฆที่มันละลายอะค่ะ เจ้าตัวสามเหลี่ยมกับหัวใจไม่ใช่เรื่องโลกร้อนอย่างเดียวนะคะ นี่คือเด็กสองคนที่แย่งกันว่าใครมีเพชรมากกว่ากันโดยการที่ไปทำสิ่งต่าง ๆ ไม่ดี ไปตัดต้นไม้ ไปขโมยมา เพื่อที่จะเอาเหรียญและเพชรมาแลกกัน เพื่อที่จะดูว่าใครมีมากกว่ากัน ส่วนตัวที่อยู่ตรงกลางระหว่างก้อนเมฆสองอันนี้คือแม่ค่ะ ก็ร้องไห้เพราะเห็นว่าลูกเป็นแบบนี้ค่ะ

 

ได้ลองนับตัวละครมั้ยและมีชื่อของแต่ละตัวมั้ย?

ไม่เคยนับค่ะ ถ้าตั้งชื่อคงใช้เวลาเป็นปีเลย แล้วตั้งไปแล้วก็คงลืมว่าตัวไหนชื่ออะไรค่ะเพราะมันเยอะ 

นอกจากจุดนี้มีจุดอื่นอีกมั้ย ตัวละครในดวงใจ

ส่วนใหญ่จะเป็นในฝั่งไม่ดีค่ะ เพราะฝั่งดีมันก็ทั่วไป เก็บขยะ ปลูกต้นไม้อะไรอย่างงี้ค่ะ

ในภาพที่ 1 ฝั่งไม่ดีเช่นตรงข้างบนด้านซ้ายค่ะ ที่เป็นตัวสีฟ้าๆ เป็นขอทานค่ะ 

ที่ต้องเป็นขอทานก็เพราะว่าเขาไม่เหลืออะไรเลย ไม่มีอะไรที่จะให้เก็บเกี่ยวแล้ว เขาก็เลยไม่มีงานทำ เลยต้องมาเป็นขอทานค่ะ แล้วในเมืองนี้ก็จะมีแต่ขอทานค่ะ ตอนแรกคนในเมืองนี้ก็จะเป็นคนรวยนะคะ แต่เขาทำลายสิ่งต่างๆ เห็นข้างๆ มั้ยคะก็จะเป็นตึกค่ะ เขาทำลายทุกอย่างเลยค่ะ  ตัดต้นไม้ ทำลายตึก เพื่อที่จะคิดว่าเราจะสร้างสิ่งอื่นที่มันดีกว่านี้อะคะ เลยทำลายทุกอย่าง แต่ปรากฏว่าไม่มีเงินเหลือค่ะ เลยต้องมาเป็นขอทาน

ตัวละครหลายๆตัวมันจะเป็นแถบสี นี่คือความชอบส่วนตัวหรืออยากจะสื่ออะไรหรือเปล่า?

ในภาพที่ 1 จริงๆ หนูพยายามให้ฝั่งไม่ดีใช้สีเข้มค่ะ บางตัวก็มีใช้สีอ่อนด้วยค่ะ เพราะบางตัวสีมันจะคล้ายกันจนทำให้ไม่เห็นว่าตัวไหนคือตัวไหนค่ะ

 

ภาพนี้เราเริ่มจากตรงไหน

ภาพที่ 1 เริ่มจากตรงโลกตรงกลางค่ะแล้วก็วาดออกไปเรื่อยๆ ค่ะ รอบๆ ค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะวาดทีละฝั่งค่ะ หนูวาดฝั่งที่ดีก่อนค่ะ ตัวโลกนะคะ มีสีน้ำที่สีเข้มกว่าเพราะว่ามันสกปรกกว่านะคะ มันเป็นเมืองที่แย่ค่ะและมีเมืองที่สีเข้มกว่าเพราะว่าไม่มีอะไรเลย ต้นไม้โดนตัดทั้งหมด แต่อีกฝั่งนึงก็จะมีสีที่อ่อนกว่านะคะเพราะว่ามีบางส่วนที่มีต้นไม้ค่ะ ก็ทำให้ในพื้นที่นั้นเป็นเขียวอ่อน

 

ตัวการ์ตูนมีชื่อไหม?

ถ้าจะตั้งคงใช้เวลาเป็นปีเลยค่ะ เพราะมันมีตัวเยอะขนาดนี้ แล้วก็จำไม่ได้ด้วยค่ะว่ามันจะซ้ำกันรึเปล่า จำไม่ได้ก็ต้องมาคิดชื่อใหม่อีกค่ะ

 

จากรูปนี้เราเห็นว่ามีตัวละครที่เป็นสัตว์ทั้งหมดเลย ทำไมถึงต้องเป็นสัตว์?

เพราะว่าคิดว่าอยากให้ทุกคนเห็นแล้วเข้าใจแม้กระทั่งเพื่อนของหนูเองค่ะ มันจะได้เข้าใจมากขึ้นเวลามันเป็นตัวละครและมันก็น่ารักด้วยค่ะ 

 

ในกระบวนการทำงาน เจอปัญหาอะไรไหม?

ในชิ้นที่สองนะคะ ตอนหนูวาดมันเป็นขาวดำใช่มั้ยคะ บางทีก็ต้องใช้ดินสอวาดในบางส่วน แล้วมือก็อาจจะไปถูและทำให้เลอะด้วย เลยต้องมานั่งลบด้วยค่ะ เลยจะใช้เวลานานกว่าอันแรกค่ะ อันแรกเป็นปากกาและมาร์กเกอร์ระบายสีค่ะ

 

อีกปัญหานึงคือตอนแรกหนูไม่ค่อยมีข้อมูลเกี่ยวกับโลกร้อนมากเท่าไหร่ค่ะ เลยต้องหาข้อมูลเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้สามารถวาดได้ค่ะ

 

ข้อมูลที่เราหามา มีตรงไหนที่เราคิดว่าไม่เคยได้รู้มาก่อนเลยมั้ย ?

อย่างเรื่องแค่เราจับปลาอะคะ แล้วไอที่จับปลาอันใหญ่ๆ มันตกลงไปโดนปะการังค่ะ ปะการังก็ตายหมดเลย ก็เลยได้รู้ว่าแค่การจับปลาก็ทำลายธรรมชาติแล้วอะค่ะ ถ้าเราไม่ดูให้ดีๆว่าเราเก็บมันขึ้นมารึยังค่ะ 

 

ในฐานะเยาวชน เราคิดว่าปัญหาโลกร้อนอะไรที่เรากำลังเผชิญอยู่ ?

ต้องใส่หน้ากากอะ แล้วก็อดไปโรงเรียน ถึงได้ไปก็ไม่ได้เล่นกับเพื่อนแบบสนุกอะคะ ครูก็จะบออกให้อยู่ห่างๆกันค่ะ 

 

ก่อนและหลังทำงาน มุมมองของเราต่อเรื่องโลกร้อนเปลี่ยนแปลงไปไหม?

หนูรู้สึกว่าอยากจะช่วยเพิ่มขึ้นค่ะ แค่เห็นไฟมันเปิดก้อยากปิดค่ะ เห็นน้ำมันไหลก็อยากปิดค่ะ ก็อะไรช่วยได้ก็รู้สึกที่จะช่วยมากขึ้นค่ะ แล้วก็อยากที่จะบอกเพื่อนๆด้วยค่ะ จะได้รู้สึกอยากที่จะช่วยด้วยเหมือนกันค่ะ

 

อยากฝากอะไรกับคนที่ดูงานของเราบ้าง ?

หนูก็อยากบอกว่าถ้าได้เห็นงานของหนูแล้ว คนไหนที่ช่วยกันอยู่ก็ขอให้ช่วยมากขึ้น คนไหนที่ยังไม่ได้ช่วย ก้ขอให้ช่วยมากขึ้นนะคะ เพราะในอนาคตโลกเราก็อาจจะเปลี่ยนแปลงให้มันดีขึ้นได้ค่ะถ้าเราช่วยกัน

 

แล้วตอนนี้หนูก็คิดว่าน่าจะเปลี่ยนแปลงได้นะคะ มีหลายองค์กรนะคะที่หนูเห็นว่าเขาก็บอกว่าโลกร้อนเกิดยังไง แล้วก็ทำให้คนสงสารนะคะ และอยากที่จะไปช่วยนะคะ หนูก็เห็นว่ามีจิตอาสาที่ไปเก็บขยะด้วยค่ะ แล้วก็มีคนที่คิดสิ่งที่ทำให้เราสบายแล้วก็ไม่ทำลายธรรมชาติด้วยค่ะ

 

ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมจากการผลิตผลงานทั้งสองชิ้นนี้บ้าง? 

ได้เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับโลกร้อนมากขึ้น และได้คิดที่จะหันมาช่วยเพิ่มขึ้น หลังจากได้หาความรู้จากการดูหนังสั้นและได้รู้เกี่ยวกับหนังสั้นด้วยค่ะ

 

ในอนาคตอยากจะทำงานเกี่ยวกับประเด็นนี้ต่อไปไหม?

หนูก็อยากทำตอนต่อจากอันนี้อะค่ะ ก็คือตอนที่มันดีแล้วค่ะถ้าเราช่วยกันค่ะ